<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://chaiyaphum.prd.go.th/th/content/category/index/id/31</link>
<atom:link href="https://chaiyaphum.prd.go.th/th/content/category/index/id/31" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาล เตรียมพิจารณาเพิ่มสิทธิสวัสดิการในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ให้ครอบคลุมความต้องการของประชาชนมากขึ้น]]></title>
<link>https://chaiyaphum.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/151721</link>
<guid isPermaLink="false">7e98df4ab2dd7d7cae95ac65234cb0de</guid>
<pubDate>Wed, 18 Jan 2023 16:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>

<p>💥💥 รัฐบาล เตรียมพิจารณาเพิ่มสิทธิสวัสดิการในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ให้ครอบคลุมความต้องการของประชาชนมากขึ้น .</p>

<p>โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้เปิดให้ลงทะเบียนรอบใหม่ กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเติมสิทธิสวัสดิการในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อยู่ระหว่างการของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาเพิ่มสิทธิอื่น ๆ ให้ครอบคลุมความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด และจะเตรียมประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติภายในเดือนมกราคม 2566 นี้ และเริ่มต้นการใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 . กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเติมสิทธิสวัสดิการในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่เดิม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและครอบคลุมความต้องการของประชาชนมากขึ้น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ดังกล่าว ได้เปิดให้ลงทะเบียนไปตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน - 31 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา และได้ประกาศผลการลงทะเบียนและผลการตรวจสอบความสัมพันธ์กับกรมการปกครองเป็นขั้นตอนแรก ตามเกณฑ์บุคคลและเกณฑ์ครอบครัว . ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติผ่านเว็บไซต์ https://xn--12cm1ane3a8dcb9a6abq9eehm8a4u7e.mof.go.th/ เป็นขั้นตอนต่อไป ภายในเดือนมกราคมนี้ หากมีผู้ที่ตรวจสอบสิทธิแล้วพบว่า ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก สามารถอุทธรณ์การตรวจสอบสิทธิได้ โดยใช้ระยะเวลาตรวจสอบ 15 - 30 วัน หากอุทธรณ์แล้วผ่าน ยังคงได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการย้อนหลังด้วย . รัฐบาล มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านมาตรการ โครงการ ตลอดจนการให้บริการพื้นฐานต่าง ๆ ของภาครัฐเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chaiyaphum.prd.go.th/th/file/get/file/20230118d3999e03e8a78453caaf33adaf637ea8160930.png' type='image/png' length='1633165' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“มีบ้าน มีรายได้ มีความมั่นคงในชีวิต”(โครงการเคหะสุขประชา บ้านล้านหลัง) ความมั่นคงพื้นฐานด้านที่อยู่อาศัย]]></title>
<link>https://chaiyaphum.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/151714</link>
<guid isPermaLink="false">9b4b2e538565f1b9d231b9409a719d1a</guid>
<pubDate>Wed, 18 Jan 2023 16:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>

<p>&ldquo;มีบ้าน มีรายได้ มีความมั่นคงในชีวิต&rdquo;(โครงการเคหะสุขประชา บ้านล้านหลัง) ความมั่นคงพื้นฐานด้านที่อยู่อาศัย</p>

<p>ปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยนับเป็นปัญหาที่ประสบกับทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เป็นกลุ่มคนที่ขาดแคลนทรัพย์สิน การเข้าถึงสิทธิโครงการต่าง ๆ น้อยกว่าคนอื่น ๆ ในสังคม แม้แต่ประเทศเจริญและมั่งคงอย่าง สหรัฐอเมริกาที่สำรวจจำนวนคนไร้บ้านทั่วประเทศ พบว่า ในปีพ.ศ. 2561 รัฐที่มีคนไร้บ้านมากที่สุดคือ แคลิฟอร์เนียมีจำนวนถึง 129,972 คน สำหรับประเทศไทย มีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21,325,000 ครัวเรือน โดยศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยว่า ครัวเรือนที่มีบ้านที่ดินเป็นของตัวเองมีสัดส่วนลดลง ขณะที่ครัวเรือนลักษณะเช่าอยู่มีสัดส่วนสูงขึ้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้จัดทำ แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) เสนอต่อรัฐบาลและได้รับการเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2560 โดยมีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนเข้าถึงสิทธิในที่อยู่อาศัย มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมในทุกมิติ ด้วยวิสัยทัศน์ คือ &ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&rdquo; จึงเป็นที่มาของนโยบายรัฐบาลที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกันถ้วนหน้า จากความเปราะบางของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทำให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ยากขึ้น จากนโยบายรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยของตนเองผ่านโครงการบ้านล้านหลัง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ โดยปล่อยสินเชื่อบ้าน ธอส ให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงง่ายขึ้น และโครงการเคหะสุขประชาที่สนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อย เช่าที่พักในราคาถูก ควบคู่ไปกับรัฐส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต โครงการบ้านล้านหลัง สานฝันคนไทยมีบ้าน สร้างชีวิตอย่างมั่นคง เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดทำ &ldquo;โครงการบ้านล้านหลัง&rdquo; ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเปิดให้จองสิทธิ์สินเชื่อทั่วประเทศ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ โดยในปี 2564 ข้อมูล ณ วันที่ 5 กันยายน มียอดอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 53,000 ราย วงเงินสินเชื่อรวมเกือบ 40,000 ล้านบาท จากความสำเร็จของโครงการที่ต่อยอดมาจนถึงระยะที่ 2 ธอส.จึงปรับปรุงการกำหนดราคาซื้อ-ขาย/ค่าก่อสร้าง และปรับวงเงินกู้ สูงสุดต่อรายต่อหลักประกัน ไม่เกิน 1,500,000 บาท เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการหาซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โดยเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อรับรหัสสำหรับเข้าร่วมโครงการผ่านแอพพลิเคชั่น &quot;GHB ALL&quot; โดยมีรายละเอียดโครงการ ดังนี้ &bull; สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก เท่ากับ 1.99% ต่อปี &bull; ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี &bull; เงินงวดคงที่ 84 งวดแรก หรือ 7 ปี &bull; ให้กู้เพื่อซื้อบ้าน หรือ คอนโดมิเนียม (ห้องชุด) ทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ บ้านมือสอง รวมถึงบ้านมือสองของ ธอส. เพื่อปลูกสร้าง หรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง และซื้ออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยพร้อมกับการขอกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม &bull; ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้กับผู้กู้ 2 ประเภท 1.ค่าประเมินราคาหลักประกัน และ 2.ค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2565 มีลูกค้าลงทะเบียนแล้วกว่า 94,000 ราย ในจำนวนนี้มีลูกค้าที่มีความพร้อมและยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสินเชื่อแล้ว โดยในเดือนพฤศจิกายน 2565 ธอส.เผยว่า ได้เสนอโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 3 วงเงิน 20,000 ล้านบาท อัตราร้อยละ 3 นาน 5 ปี ให้กับกระทรวงการคลังพิจารณา โดยคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป และคาดว่าจะเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ภายในต้นเดือน ม.ค.2566 จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลาง (เฟด) โครงการเคหะสุขประชา บ้านพร้อมอาชีพ โครงการบ้านเคหะสุขประชา โดยการเคหะแห่งชาติ ที่วากรากฐานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำสร้างที่อยู่อาศัยประเภทเช่าแก่ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ด้วยค่าเช่าที่เหมาะสมประมาณ 1,500 - 3,000 บาทต่อเดือน ควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจสุขประชา เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่ผู้เช่าตามความเหมาะสม โดยในโครงการจะมีการจัดสรรพื้นที่สีเขียว พื้นที่สันทนาการ เป็นสัดส่วนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน มีบ้าน มีอาชีพ มีรายได้ ซึ่งนำร่องแล้ว 2 พื้นที่ คือ ฉลองกรุง 302 หน่วย และร่มเกล้า 270 หน่วย ภายใต้แนวคิด&ldquo;บ้านเช่าพร้อมอาชีพ&rdquo; เป็นการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้อยู่อาศัย ตามความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการของแต่ละพื้นที่ ประกอบด้วย 6 อาชีพ ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ ปศุสัตว์ อาชีพบริการชุมชนและชุมชนข้างเคียง ตลาด อุตสาหกรรมขนาดเล็ก และศูนย์การค้าปลีก-ส่ง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนตามภูมิสังคมของพื้นที่นั้น ๆ เริ่มตั้งแต่การผลิตไปจนถึงช่องทางการจัดจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ &ldquo;เศรษฐกิจสุขประชา&rdquo; ซึ่งจะได้รับการพัฒนาในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อรองรับการจ้างงานและสร้างอาชีพให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนให้เกิดความยั่งยืนต่อไป หลักเกณฑ์คุณสมบัติและเงื่อนไข &bull; เป็นประชาชนที่ถือสัญชาติไทย &bull; เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอย &bull; เป็นผู้ว่างงาน เป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว เป็นคนพิการ เป็นผู้สูงอายุ และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจาก การไล่รื้อเวณคืน ข้าราชการเกษียณ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และกฎหมายกำหนด &bull; บรรลุนิติภาวะ สามารถจัดทำนิติกรรมสัญญากับการเคหะแห่งชาติได้ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด &bull; เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อเดือนต่อครัวเรือน จากเอกสารรับรองตนเองและผ่านการพิสูจน์ ตรวจสอบหลักฐานจากการเคหะแห่งชาติ อัตราค่าเช่าบ้านเคหะสุขประชา &bull; ผู้สูงอายุ/ผู้พิการ เริ่มต้น 1,500 บาท/เดือน พื้นที่ 30 ตร.ม. &bull; กลุ่มคนโสด เริ่มต้น 2,000 บาท/เดือน พื้นที่ 30 ตร.ม. &bull; กลุ่มคนทำงาน เริ่มต้น 2,500 บาท/เดือน พื้นที่ 40 ตร.ม. &bull; กลุ่มครอบครัว เริ่มต้น 3,000 บาท/เดือน พื้นที่ 50 ตร.ม. โครงการเคหะสุขประชา คือ ตัวแบบโครงการที่ไม่เพียงสร้างบ้าน แต่ยังสร้างสังคมคุณภาพ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี และก่อให้เกิดรายได้กับคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ พร้อมสร้างความสุขให้กับคนที่อาศัยในบ้าน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chaiyaphum.prd.go.th/th/file/get/file/20230118ab5c6e9aa857e6ab91f6621755128e6d160123.png' type='image/png' length='551743' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://chaiyaphum.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/56</link>
<guid isPermaLink="false">68cbdc89df13de418dc13c421eb0b34e</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://chaiyaphum.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chaiyaphum.prd.go.th/th/file/get/file/2020071054cafa3a6d69c189cf2df3978fbdd435161258.png' type='image/png' length='149557' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://chaiyaphum.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/57</link>
<guid isPermaLink="false">51b9c43a4e2fa165235f23d4e3504b16</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://chaiyaphum.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chaiyaphum.prd.go.th/th/file/get/file/20200630569a921378c35e813d988c61b9bf6e10153826.jpg' type='image/jpg' length='63764' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://chaiyaphum.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/58</link>
<guid isPermaLink="false">a3217488a94150c665c2338d5bdbc8c1</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://chaiyaphum.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chaiyaphum.prd.go.th/th/file/get/file/202006302537debf5daaf74a069952aed1e24a94153856.jpg' type='image/jpg' length='74896' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://chaiyaphum.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/59</link>
<guid isPermaLink="false">7babfebcacbbf4b292f70a4fed62ff1b</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://chaiyaphum.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chaiyaphum.prd.go.th/th/file/get/file/20200630575a0e0de5a669392530b24a2576fec4153756.jpg' type='image/jpg' length='58792' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความ (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://chaiyaphum.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/60</link>
<guid isPermaLink="false">be4ee2e112c235b6488ac6a0d060a27e</guid>
<pubDate>Sat, 27 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://chaiyaphum.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า &quot;กองโฆษณาการ&rdquo; และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo; เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495<br />
3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น &quot;กองการโฆษณา&rdquo; โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี<br />
9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;สำนักงานโฆษณาการ&rdquo; มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม<br />
31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง<br />
5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมโฆษณาการ&rdquo;และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ<br />
4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ<br />
8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น &quot;กรมประชาสัมพันธ์&rdquo; เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย<br />
พ.ศ. 2497 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ&rdquo; ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ<br />
1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน<br />
พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง &quot;กองประชาสัมพันธ์เขต&quot; ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง<br />
20 ตุลาคม 2504 ตั้ง &quot;โรงเรียนการประชาสัมพันธ์&quot; ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร<br />
พ.ศ.2513 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร&quot; ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว<br />
21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน<br />
มิถุนายน 2521 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&quot;<br />
1 มกราคม 2522 ตั้ง &quot;สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย<br />
17 กันยายน 2526 ตั้ง &quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี&quot; เพิ่มขึ้น 1 แห่ง<br />
7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง(20หน่วยงาน)และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด)โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ,ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11<br />
วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงานและราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chaiyaphum.prd.go.th/th/file/get/file/20200630889d9bc9a6e3a6127248eebddeb8286e153929.jpg' type='image/jpg' length='63199' />
</item>
</channel>
</rss>
