ชัยภูมิเร่งฉีดยาฆ่าเชื้อฆ่าแมลงตามคอกสัตว์ป่วยจากโรค ลัมปี สกิน ในโค - กระบือ

สัตวแพทย์หญิงศรีสมัย โชติวนิช ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า สถานการณ์โรค ลัมปี สกิน ในโค - กระบือ หลังพบมีการระบาด ในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และอำเภอคอนสาร มีวัวล้มป่วยแล้วกว่า 20 ตัว จึงมีการระดมเจ้าหน้าที่ออกรณรงค์ (Kick off) ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ในโค – กระบือ ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ตั้งแต่ 28 .. ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ 3 มิ..64 พบว่ามีการระบาดกระจายเป็นวงกว้างไปเกือบทั้ง 16 อำเภอ มีสัตว์ป่วยสะสม 306 ตัว เกษตรกร 140 ราย มากสุดอยู่ในเขตอำเภอเมือง 99 ตัว บ้านเขว้า 37 ตัว หนองบัวระเหว 31 ตัว เทพสถิต 29 ตัว คอนสาร 25 ตัว หนองบัวแดง 17 ตัว คอนสวรรค์ 16 ตัว นอกนั้นกระจายตามอำเภอต่างๆ และมีรายงานผลการออกรณรงค์ พบสัตว์หายป่วยจำนวน 26 ตัว ตาย 6 ตัว อยู่ในเขตอำเภอหนองบัวระเหว 3 ตัว เมือง 2 ตัว คอนสาร 1 ตัว

 

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ ได้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 2 ชุด แต่ละชุด จะออกรณรงค์ พร้อมจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย, ชุดพ่นยาฆ่าเชื้อและยาฆ่าแมลงคอกสัตว์ป่วย, การแจกยาฆ่าแมลงสำหรับพ่นคอกสัตว์ และจัดประชุมให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคลัมปี สกิน และการป้องกันโรค ซึ่งวันนี้ได้ดำเนินการที่บ้านวังอ้ายจีด ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว มีเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 59 ราย ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ ได้เร่งประสานขอรับการสนับสนุนวัคซีน จากกรมปศุสัตว์ เพื่อนำไปฉีดป้องกันในพื้นที่ ไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่สัตว์เลี้ยงของเกษตร

 

ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยอีกว่า จังหวัดชัยภูมิ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวทุกประเภท ทั้งวัวเนื้อ วัวนม วัวพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และกระบือ หรือควาย มากเป็นอันดับ 6 ของภาคอีสาน ปัจจุบันมีอยู่ในพื้นที่จำนวนมากกว่า 9 หมื่นตัว การป้องกันช่วงเริ่มต้น เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ต้องเร่งช่วยกันป้องกันโดยฉีดยาฆ่าเชื้อโรครอบบริเวณคอก กำจัดแมลงพาหะนำโรค และกางมุงให้แม่วัวในคอกนอนทุกคืนในพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดไว้ก่อนด้วย เมื่อพบวัว ควายที่เลี้ยงไว้ป่วย ต้องแยกสัตว์ที่แสดงอาการออกจากสัตว์ตัวอื่นโดยเร็วทันที เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาและกักกันโรค ควบคู่กับการกำจัดพาหะแมลงดูดเลือดด้วยการทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงให้บ่อยครั้งมากขึ้น และใช้สารกำจัดแมลงละลายน้ำ ฉีดพ่นบริเวณตัวสัตว์และบริเวณคอกในฟาร์มอย่างสม่ำเสมอ โดยห้ามรับประทานโคหรือกระบือที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าวนี้เด็ดขาด และหากพบว่าโค กระบือเสียชีวิต จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่และรีบทำการฝังดินและปิดทับด้วยปูนซีเมนต์เท่านั้น ที่จะช่วยหยุดการแพร่ระบาดลงโดยเร็วได้

 

 

/////////////////////

สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

 


image รูปภาพ


คะแนนโหวต :